Friday, May 15, 2020

She's a crooked spine

He leaned forward and looked into his eyes"I can see it hurts you to hear all of this, Monsieur Toulose, but I had to show you.".. She cannot compile a single usable sentence. He just rambles about the most stupid things. listen to him. "But Jimmy, there's that, the problem - I mean, look,I a'm for it. But look, we have people coming into our country that are looking to do tremendous harm. You look at the two, look at Paris. I mean this people, they did not come from Sweden, O. k. take a looked at what happen in Paris.  We have a real problem. There is a tremendous celebrates. Looked at what happen last week in Mulin Rouge...Changing the word 'wand' with another word.. one that is a phallic object from the ... withing that was so mindstrom and burglar SCHEME ... is slightly spied to be exacturated....back. So I went and did a little check up. And I was right. "Crooked spine".

Thursday, May 14, 2020

FULL REMARKS: President Trump Keep America Working Event. i


President Trump spars with CNN's Jim Acosta at press briefing   ... She cannot compile a single usable sentence. He just rambles about the most stupid things. listen to him. "But Jimmy, there's that, the problem - I mean, look,I a'm for it. But look, we have people coming into our country that are looking to do tremendous harm. You look at the two, look at Paris. I mean this people, they did not come from Sweden, okey?Looked at what happen in Paris.  We have a real problem. There is a tremendous hatreLooked at what happen last week in California, with,you know,  1Now, if you remember, when I did that a week ago, it was like bedlam.. All of a sudden-and you watch last night, and you see people talking. Well Trump has a point. We have to get do4 people dead. Other people going to die, there so badly injured.d out there. And what I wanna do is find out what it..you know, you can't solve a problem until you find out what the real cause. And I wanna find out, what is the problem, what's going on. And it's temporary, I have so many people call me and say, thank you. wn to the problem. We have to get down to the problem. "The people that are friends of mine that called say "Donald, you done us a gservice". Because we do have a problem. And we have to find out. What is the-- (220 words per one minute. to be exacturated)


Monday, September 23, 2019

ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

ออกจากหาดใหญ่โดยขบวนรถไฟ 947 (เวลา 7.30 ถึงปาดัง 8.25)
รถไฟมาจอดตรงด่านปารืดังเบซาร์
ถาม-ตอบ จุดที่ประทับตราบนพาสปอร์ตเป็นห้องกระจกอยู่ตรงหน้า
รถไฟที่จอดตรงจุดมีเจ้าหน้าที่แจกใบ ตม.กรอกแล้วต้องเดินเข้าไปในห้องกระจก ตม.เสร็จพิธีด่านไทยเดินออกมาเลี้ยวซ้ายไปด่าน มาเลย์เซีย เสร็จแล้วไปซื้อตั๋วรถไฟไปบัตเตอร์เวอรืธที่ชั้นสองของด่านมาเลย์..
ต่อไปให้เดินไปที่ชานฃะลา เพื่อขึ้นรถไฟให้ดูตารางเวลา และชานชะลา ขึ็นรถจอดที่ บัตเตอรืเวอรืธให้ลงเดินไปขึ้นเรือ Ferry มีป้ายบอกทาง ราคา 1.2 ริงกิต.....สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ (Padang Besar) ฝั่งมาเลเซีย จะมีชานชาลาอยู่ 4 ฝั่ง ถ้าซื้อตั๋วรถไฟจะมีห้องจำหน่ายตั๋วที่ชั้น 2 แจ้งว่าจะไป บัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) ค่าโดยสาร 11.40 ริงกิต (เกือบ 88 บาท)



ตั๋วรถไฟที่ได้จะเป็นตั๋วใบเล็ก บอกแค่วันที่ ต้นทาง Padang Besar ปลายทาง Butterworth และเวลาซื้อตั๋วเท่านั้น เวลารถออกให้สังเกตหน้าจอบอกเวลา คำว่า B’WORTH ว่าอยู่ที่ชานชาลาไหน โดยปกติจะจอดบนชานชาลาที่ 2
ขอเตือนล่วงหน้าว่า ตั๋วรถไฟที่ซื้อมาเก็บรักษาไว้ให้ดี จนกว่าจะถึงปลายทาง เพราะเมื่อถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ จะต้องคืนตั๋วให้เจ้าหน้าที่ หากไม่มีตั๋วต้องเสียค่าปรับอีก 30 ริงกิต (230.50 บาท)




ระหว่งรอเวลาก็เดินไปที่ร้านค้าด้านในสถานี จะมีของขายที่จำเป็น เจอปลั๊กไฟแบบสามขาแบน มีขายอันละ 6.50 ริงกิต (เกือบ 50 บาท) ส่วนซิมการ์ดมาเลเซีย มีขายเฉพาะเครือข่าย U Mobile ราคา 30 ริงกิต (230 บาทเศษ) ซึ่งถือว่าแพง 
แต่สัญญาณมือถือจากไทย ทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟเอช เข้าถึงสถานีปาดังเบซาร์ได้ แถมสัญญาณแรงกว่าฝั่งมาเลเซียเสียอีก ยังพอมีเวลาท่องเน็ตและทำธุระส่วนตัว เช่น จองห้องพักโรงแรม ก่อนที่จะเปลี่ยนซิมการ์ดระหว่างอยู่บนรถไฟ



รถไฟระหว่างปาดังเบซาร์ไปบัตเตอร์เวิร์ธ จะเป็นรถไฟชานเมือง (Commuter) ตัวรถเป็นรถไฟฟ้าปรับอากาศ ทำความเร็ว 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ให้บริการวันละ 14 เที่ยว เปิดให้บริการเมื่อปี 2557
ตัวรถไฟฟ้าจะเป็นรถไฟฟ้าชุด EMU Class 92 รับไฟฟ้าจากสายส่งเหนือหัว คล้ายแอร์พอร์ตลิงก์บ้านเรา แต่วิ่งบนรางระดับดิน ตลอดเส้นทางเป็นรถไฟทางคู่ มีรั้วรอบขอบชิด ทำความเร็วได้เต็มที่ ไม่มีรถหรือคนตัดผ่าน
แม้รถไฟฟ้าจะดูเก่าไปบ้าง หลังเปิดให้บริการมาแล้ว 5 ปี แถมมีมือดีปากระจกภายนอกจนแตก ยังไม่ได้เปลี่ยน แต่ภายในขบวนรถยังสะอาด แอร์เย็นสบาย ที่สำคัญเสียงแจ้งเตือนให้ระวังขณะก้าวออกจากรถ ยังมีดนตรีประกอบอีกด้วย



รถไฟออกจากสถานีปาดังเบซาร์ มุ่งหน้าสู่สถานีบัตเตอร์เวิร์ธ ระยะทางราว 170 กิโลเมตร แบ่งเป็นช่วง ปาดังเบซาร์-บูกิตเมอร์ตาจัม (Bukit Mertajam) 157 กิโลเมตร บูกิตเมอร์ตาจัม-บัตเตอร์เวิร์ธ 12 กิโลเมตร
แวะรับ-ส่งผู้โดยสาร 11 สถานี สถานีสำคัญ ได้แก่ สถานีอลอร์สตาร์ (Alore Setar) รัฐเคดาห์ (Kedah) บ้านเกิดนายกฯ มหาธีร์ มูฮัมหมัด มีหอชมเมืองอลอร์สตาร์ ทาวเวอร์ หรือจะเป็นสถานีซูไงเปอตานี (Sungai Petani) ที่เป็นเมืองใหญ่



เกือบ 2 ชั่วโมงเราก็มาถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ เห็นสะพานและท่าเรือล้อมรอบ ลงจากรถไฟขึ้นไปด้านบนชานชาลา คืนตั๋วให้พนักงาน แล้วเดินลงมาด้านหน้าสถานี จะมีบรรดาโชเฟอร์แท็กซี่ยืนรออยู่ พยายามชักชวนให้ขึ้นแท็กซี่
แต่มีคนบอกว่า ให้เดินผ่านไปเลย เพราะท่าเรือเฟอร์รี่อยู่ไม่ไกล เดินไปตามลูกศรเท่านั้น

บริษัททัวร์ต่างๆ แนะนำให้นักท่องเที่ยวอย่าหลงเชื่อรถแท็กซี่ ที่จอดอยู่ตามสถานีรถไฟ สถานีขนส่งรถปรับอากาศ หรือตามสนามบิน เพราะแท็กซี่มาเลเซียมักจะคิดค่าโดยสารเกินราคา และแพงเกินจริง



เมื่อเดินไปตามทางเดินสักพัก จะเข้าสู่อาคาร “ปีนังเซ็นตรัล” (Penang Sentral) ศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง ชั้นล่างจะเป็นชานชาลารถทัวร์ ส่วนชั้น 2 จะเป็นช่องขายตั๋วโดยสาร ร้านค้า ร้านอาหาร และทางเชื่อมไปยังท่าเรือเฟอร์รี่
เรือเฟอร์รี่ข้ามไปปีนังมีชื่อว่า “แรพิดเฟอร์รี่” (Rapid Ferry) ก่อนอื่นต้องซื้อตั๋วโดยสารคนละ 1.20 ริงกิต (ประมาณ 9.25 บาท) เจ้าหน้าที่จะให้สลิปที่มีคิวอาร์โค้ด ให้นำไปสแกนเพื่อเปิดประตูคล้ายรถไฟฟ้า แล้วนั่งรอเวลาเปิดให้ขึ้นเรือ



ใช้เวลานั่งเรือเฟอร์รี่จากฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธไปยังปีนัง ประมาณ 15 นาที เรือจะจอดที่ท่าเรือบริเวณจอร์จ ทาวน์ (George Town) ย่านเมืองเก่าของเกาะปีนัง ส่วนขากลับไม่ต้องจ่ายเงิน เดินขึ้นไปรอเรือเฟอร์รี่มารับกลับได้เลย
ระหว่างนั่งเรือเฟอร์รี่ มองไปทางทิศใต้ ไกลสุดลูกหูลูกตาจะเห็น “สะพานปีนัง” (Penang Bridge) ยาวถึง 8.4 กิโลเมตร มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของมาเลเซีย และอันดับ 5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองปีนังไปแล้ว
ในที่สุด ก็ใช้เวลาข้ามวันข้ามคืน มาถึงเกาะปีนัง มาเลเซียเสียที
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)



หมายเหตุ : รถตู้สายหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ค่าโดยสารคนละ 50 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เที่ยวแรก 06.00 น. เที่ยวสุดท้ายออกจากหาดใหญ่ 18.00 น. ออกจากปาดังเบซาร์ 17.30 น.
รถไฟชานเมือง KTM Komuter สายปาดังเบซาร์-บัตเตอร์เวิร์ธ ให้บริการรวม 14 เที่ยวต่อวัน เที่ยวแรก 05.25 น. (หรือ 04.25 น. ตามเวลาประเทศไทย) เที่ยวสุดท้าย 21.25 น. (หรือ 20.25 น. ตามเวลาประเทศไทย)



ถ้านั่งรถตู้เที่ยวแรก 06.00 น. จะถึงหน้าด่านปาดังเบซาร์ เวลาประมาณ 07.00 น. หากซื้อตั๋วทันจะได้นั่งรถไฟเที่ยว 08.25 น. (ตามเวลามาเลเซีย) ถึงปลายทางบัตเตอร์เวิร์ธ เวลาประมาณ 10.16 น.
ส่วนช่วงเย็น แนะนำให้ออกจากหาดใหญ่ก่อน 17.00 น. ถึงปาดังเบซาร์เวลาประมาณ 18.00 น. จะได้นั่งรถไฟเที่ยว 19.25 น. (ตามเวลามาเลเซีย) ถึงปลายทางบัตเตอร์เวิร์ธ เวลาประมาณ 21.16 น.



เรือเฟอร์รี่ข้ามไปปีนัง เที่ยวแรกออกจากฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ 05.20 น. เที่ยวสุดท้าย 00.10 น. ส่วนฝั่งเกาะปีนัง เที่ยวแรก 05.40 น. เที่ยวสุดท้าย 00.40 น. ค่าโดยสารจ่ายเฉพาะฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ คนละ 1.20 ริงกิต (ประมาณ 9.25 บาท)
เที่ยวกลับ ถ้านั่งรถไฟจากบัตเตอร์เวิร์ธ เที่ยว 14.25 น. ถึงปาดังเบซาร์ 16.16 น. จะทันขึ้นรถไฟดีเซลรางไปหาดใหญ่ โดยซื้อตั๋วรถไฟที่ชั้นชานชาลา เลยด่าน ตม.ในสถานีรถไฟ ค่าโดยสารจ่ายเป็นเงินไทย 50 บาท หรือเงินมาเลเซีย 7 ริงกิตก็ได้
จำไว้ว่า เวลาในมาเลเซียจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

2. ขากลับ มีรถตู้โทรืเรียกให้มารับกลับด่านปาร์ดังฯ โดยมีข้อแนะนำ
1.ปรับนาฬิกาเร้วขึ้น 1 ชม.

2.ถ้าเป็นวันเสาร์ตม.คนแน่นมาก
3.เหรียญริงกิตค่าเรือ Ferry.2 RM"นั่งเรือข้ามฟากจากเมืองบัตเตอร์เวิร์ธมาเมืองจอร์จทาวน์ 15นาทีถึงแถมนั่งฟรีอีก CATคือรถเมลืฟรี ต่อไปที่หอคอย Komtar  . เราตั้งใจจะขึ้น รถเมล์เบอร์ 303 เพื่อไปลงที่ตึก Komtar แล้วค่อยขึ้นเบอร์ 204 ที่จะไปปีนังฮิล ...... ในใจเรามีแผนแหละ ว่ากินข้าวเสร็จจะไป KLTower (Menera Tower) เพื่อชมวิวเมือง KL ... ตั้งอยู่ใจกลางย่านจอร์จทาวน์ (Georgetown) ซึ่งเป็นย่านที่ได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เกสต์เฮ้าส์ขนาดเล็กแห่งนี้ผสมผสานวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ห้อมล้อมไปด้วยร้านค้า อาคาร บ้านเรือนแบบโบราณ มีห้องพักหลากหลายแบบ ทั้งห้องพักแบบส่วนตัวและแชร์ร่วมกับคนอื่น ซึ่งแต่ละห้องนั้นมีเครื่องปรับอากาศในตัว มีความเป็นส่วนตัว สะอาด ตกแต่งด้วยของเก่าล้ำค่าสไตล์คลาสสิก ทั้งโคมไฟเก่า กระจก งานศิลปะของศิลปินท้องถิ่นชื่อดัง พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกอันทันสมัย ใครที่เป็นตัวแม่โซเชียลเน็ตเวิร์กต้องหลงรักเกสต์เฮ้าส์แห่งนี้แน่นอน เพราะมีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายให้ใช้ฟรี มีอาหารแบบง่าย ๆ พร้อมกับชา กาแฟให้อีกด้วย ซึ่งราคาเริ่มต้นก็อาจจะทำให้คุณตาลุกวาวได้ เพราะมันเริ่มต้นเพียงแค่คืนละ100 บาท เท่านั้น
  
          ที่อยู่ : Old Penang Guesthouse no.53, Love Lane, 10200 Georgetown, Penang, Malaysia


Saturday, September 21, 2019

Tam นายสบายดี

ไอ้แต้ม..เพื่อนรัก
ไอ้แต้มเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน ."ชวาฮัท".ที่อำเภอมดแดง จังหวัด สุพรรรบุรีอยู่มาวันหนิ่งต่อสู้กับงูเห่า...โดยมีแม่มันคุณ ทองแดงคอยช่วยงับหาง..อนิจจา ทองแดงไล่งับเอาหางงูไม่อยู่ เป็นงุเห่าสีดำตัวมะเมื่อม มันแว้งกลับมางับที่จุดตายที่คอคุณทองแดง มีพิษงูไหลเข้าเส้นเลือดจนตาย เจ้าแต้มเสียใจมาก มันเฝ้าศพแม่มันตลอดเวลา จนเราต้องรีบเอาไปฝังที่ป่าหลังบ้าน สามวันต่อมาเจ้าแต้มไม่ยอมกินอาหารแล้วจากไปด้วยนำ้ตาอาบแก้มของมันด้วยความอาลัยอาวรณ์ถึงแม่ของมันที่โดนพิษงูจนตายจากไป ...Don't you cross me ever แต้ม ภาพนี้ถ่ายกับเจ้าแต็มก่อนหน้าที่มันจากเราไปได้สามวัน ไปสุ่ที่ๆชอบนะแต้มนะและคูณทองแดงแม่ของแต็ม ขอบคุณนายมากๆ ที่ปกป้องมนุษย์จากงุเห่าที่แอบซ่อนตัวอยู่ตามใต็ถุนบ้าน
Profile Picture
         อีกครึ่งเดือนเราก็จะขึ้นเตรื่องแอร์เอเซียไปภูเก็ตแล้วนะ......ซื้อตํ๋วที่ลดราคาลงเหลือคนละร้อยบาทไว้นานเกือบปีแล้วละแต้มเอ๋ย.............................
...............งานใหม่เหล่านี้ต้องการความสามารถที่แตกต่างกันความต้องการที่นำเสนอธุรกิจเช่นการขอสินเชื่อจากธนาคารที่มีโอกาสในการพัฒนาบุคลากร เมื่องานประจำย้ายไปที่ซุ้มอัตโนมัติและอินเทอร์เฟซดิจิตอลมากขึ้นตัวอย่างเช่นสุนัขเฝ้าบ้านในฐานะผู้จัดการความสัมพันธ์ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับเจ้าของไม่ใช่แค่ทำธุรกรรมให้เสร็จ............ “ คุณเป็นใคร?” ความสามารถในการได้ยินของฉันในการทดสอบความเข้มของตัวเลือกทั้งสองและเพิ่มเสียงของฉันซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามันจะสั่นสะเทือนหูกลองเร็วหรือช้าแค่ไหนและฉันก็ได้ยินเสียงพูด รู้แค่ไหน นอกจากนี้ในตอนนี้ฉันมักจะสงสัยว่าทำไมผู้คนถึงฟังความสามารถในการได้ยินของฉันโดยใช้วิธีการทดสอบเซลล์ประสาทที่นี่โดยใช้เสียงสองวิธีที่แตกต่างกันของการเขียนของฉัน
ความสุขความกลัวรัฐที่มีลักษณะคล้ายการนอนหลับ ธรรมชาติมันไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับ ... เริม ...เกิดจากการทำลายหรือการอุดตันของเส้นเลือดในการนำเพียงเพื่อให้คุณรู้สึกดีขึ้นสภาพอากาศไม่ได้ยอดเยี่ยมมันเป็นที่อบอุ่นโดยสามสิบห้าองศาบวก แต่มันไม่ได้อาบน้ำแดด! และบางครั้งฝนก็ไม่ตก โดยการวิเคราะห์เรื่องที่มีความคิดของคนชั้นนำโดยทั้งหมดหมายความว่าเขาเป็นคนข่าวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตำรวจที่พายบริเวณที่ผมเคยเห็นเขาเล่นกีตาร์เล่นในขณะที่การดำเนินการการจราจรบนท้องถนน แต่นี้เป็น .. เชื่อมโยงไปยังปาย .. ไม่มีอะไรเทียบกับบทบาทของเขาในส่วนของทีมนักแสดง” คุณเคยอ่านบทแรกบ้างไหม?” ผู้เขียนสงสัยและหลายคนพูดถึงงานนี้เนื่องจากมันมาจาก“ ความสงบของรูปร่างที่แยบยล” แต่ อย่างไรก็ตามบางคนคิดว่ามันเป็นเรื่องของครอบครัว: .. : 
ลิงก์ไปยังเพลง เรื่องราวความรักของด้วงกับโซนาต้าของเบ็ ธ เวน - "แสงจันทร์" .. "ดวงจันทร์" เขาพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เทียบเท่ากับ "Chicks ในไฟล์ขนาดใหญ่ในร่าง" นักเขียนเองได้นำชายคนหนึ่ง นักแต่งเพลงที่ยังไม่เสร็จซึ่งจางหายไปจากประเทศของเขาจนถึงทางกลับสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ... เหมือนปากกาที่เขียน ... ขณะที่เขาคิดว่าเขาทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับความโหดร้ายของสังคม ในกลุ่ม คนและครอบครัว
ความสัมพันธ์และชีวิตทางเพศของสังคมเหล่านั้นยังคงเป็นแผลเป็นแห่งความคิดและยังคงอยู่ตั้งแต่เขาได้พบจุดที่ผู้คนคิดว่าชอบธรรมซึ่งเขาเชื่อว่ามันเกิดขึ้นแล้วแม้แต่ข้อสันนิษฐานนี้ มั่นใจผู้อ่านที่จะยืนอยู่บนมุมมองของเขาหวังว่ามันจะเป็นไปตามความมั่นใจ
ในขณะที่เราก้าวต่อไปในอนาคต AI และหุ่นยนต์จะเปิดโอกาสเพิ่มเติมสำหรับนวัตกรรม เมื่อพิจารณาในเชิงกลยุทธ์แล้วเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเพิ่มการทำงานของมนุษย์จำนวนมากที่จำเป็นในการพัฒนาสู่ยุคต่อไปของธนาคารดิจิทัล แม้แต่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง - ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของการทำงานสำหรับที่ปรึกษาทางการเงินของมนุษย์ - ถูกจินตนาการและสร้างขึ้นโดยผู้คน วันนี้เราเห็นว่าสุนัขผู้ให้งานด้านบริการกำลังก้าวไปสู่จุดกึ่งกลางโดยใช้วิธีการให้คำปรึกษาแบบผสมผสานที่เรียกว่า“ bionic advisory” ซึ่งที่ปรึกษามีองค์ประกอบของ robotic doggy จะทำกิจกรรมพื้นฐานเช่นการจัดสรรพอร์ตโฟลิโอและคำแนะนำและที่ปรึกษาทางด้านความมั่นคงของมนุษย์ และการตัดสินใจที่ซับซ้อนในด้านต่าง ๆ เช่นการเอาบ้านที่ชะอำมาจำนองธนาคารการวางแผนความมั่งคั่งทรัสต์และการจำนอง
ความไม่แน่นอนเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ในการโพสต์ถัดไปของฉันฉันจะหารือเกี่ยวกับวิธีการนำทางสิ่งที่หน้าจะเป็นไปได้ และ maybe ของการเปลี่ยนแปลงแบบดิจิทัลกำลังดำเนินการอยู่ การเปลี่ยนแปลงฃองรูปแบบและรูปแบบของข้อมูลที่แตกต่างกันอาจดูล้นหลามแม้กระทั่งเป็นขยะดิจิตอลมากที่สุด แต่ข้อมูลจำนวนมหาศาลกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจต่างๆทั่วทั้งอำเภอชะอำด้วยข้อมูลที่เกิดจากทั้งจากมนุษย์และเครื่องจักร (หรือจากเซ็นเซอร์โดรนและอื่น ๆ ) และจากแหล่งต่าง ๆที่ข้อมูลจาก Google map เช่นสภาพอากาศแบบเรียลไทม์และระบบบอกตำแหน่งที่ตั้ง ขนาด และพิพิธภัณฑ์ (musium)…

Tuesday, July 8, 2014

.. America bronze age - Easy Rider

 America, in the midst of paranoia, bigotry and violence. Released in the year of the Woodstock concert, and made in a year of two tragic assassinations (Robert Kennedy and Martin Luther King), the Vietnam War buildup and Nixon's election, the tone of this 'alternative' film is remarkably downbeat and bleak, reflecting the collapse of the idealistic 60s. Easy Rider, one of the first films of its kind, was a ritualistic experience and viewed (often repeatedly) by youthful audiences in the late 1960s as a reflection of their realistic hopes of liberation and fears of the Establishment.
The iconographic, 'buddy' film, actually minimal in terms of its artistic merit and plot, is both memorialized as an image of the popular and historical culture of the time and a story of a contemporary but apocalyptic journey by two self-righteous, drug-fueled, anti-hero (or outlaw) bikers eastward through the American Southwest. Their trip to, but also through areas where local residents are increasingly narrow-minded and hateful of their long-haired freedom and use of drugs. The film's title refers to their rootlessness and ride to make "easy" money; it is also slang for a pimp who makes his livelihood off the earnings of a prostitute. However, the film's original title was The Loners.
     The names of the two main characters, Wyatt and Billy, suggest the two memorable Western outlaws Wyatt Earp and Billy the Kid - or 'Wild Bill' Hickcock. Rather than traveling westward on horses as the frontiersmen did, the two modern-day cowboys travel eastward from Los Angeles - the end of the traditional frontier - on decorated Harley-Davidson choppers on an epic journey into the unknown for the 'American dream'.



According to slogans on promotional posters, they were on a search:
A man went looking for America and couldn't find it anywhere.

Their costumes combine traditional patriotic symbols with emblems of loneliness, criminality and alienation - the American flag, cowboy decorations, long-hair, and drugs.



We Go Way Too Fast


A few motorcyclists just read that heading and thought something like -...this: All of us -- every human being alive today -- are traveling way, way faster than we have any right to.

We Go Way Too Fast





Thon Nontaz
viral adventure 
She's so amazing about the scoop of America's bronze age. I've seen this on the normal story and Curly's Story. Inside a big spike trap near the reporter room, there's an item represented by the sparkle. I've tried getting it on..so it's a glass of wine.

Tuesday, August 2, 2011

It's in my head

I have just typed out so much stuff ...
+ Note - this keyboard, again, is all out of whack a...
My wife's blog.. link to Patume Dang
..In our house at somewhere beyond the rainbow across Ramindra Rd. we grow trees still no one is on our tree yet however it's probably...the threatening point ..Was it stood upright alone.?

It's in my head
“Who are you?”my hearing ability in test of both option’s intensity and raised my tone of voice which depends on how fast or slow it can vibrate the eardrums and I heard my voice said “God only knows”. In addition.. To here come the sun.. . to this now I always wonder why people raved about my hearing ability by used the neuron test method to here sound by two different means of my writing Fear pleasure, a state resembling sleep which consciousness may remain so in hypnosis or a condition like apoplectic nature,isn’t it some kind of genetic disease caused by the breaking or obstruction of a blood vessel in conduction just to make you all feel better, the weather is not fantastic it is by far warmer thirty-five degrees plus but it isn't quite sunning bathing weather! And it wasn’t rained quite some time. By analyzing the story with a thought of the leading man, by all means, he’s a newsman who once was a cop at Pie precinct,I have seen him play guitar while conducted traffic on the road but this is nothing compared to his role in the part according to the casting crew” Have you ever read the first chapter?” a writer himself wondered and a lot of people said of this work as it came from “an ingenious piece of shit”,but,however some people thought it some kind of the family’s affairs: ..:, to answer..Who are you ? .. it was him Nontas who have thought of mixing the Manthovani’s Love story with Beethoven's sonata-“the moonlight”..”the moon” he saidChicks in big cityflpalbm_opf_files_opf_files in draft the writer himself have put a leading man by plotted him as a musician an unfinished composer who fade away to his country all the way back to Southeastern Pacific as a pen has written….....while penetrated on how his thought brought him into the same situation on how cruel the society it was in the such the folks and family The affair and life of that society still remain the scar of thought and still.Since he has found out the point that righteous assumption by which he believed it was happening than even that assumption to be ridiculous he certainly assured the reader to stand on his viewpoint, unhopeful as though it is by the will of God, and that he can be afforded. No novel has ever mentioned about how one would duplicate another story and claimed to be unequal on its scope of his own. In fact, dog have better hearing ability than men, above all that dog even under stressed can penetrate the exposure of the spirit, never in any form of writing reveal the history of hearing better than Nontas. He have done the extra works obviously on that part so beautiful as artist revealed his masterwork which always come as surprises like spring,though the sun still shine like the reflection of spoon when everything are glistening in the pure air so that the limped eyes are drizzled while the chest-pounding with refreshed body scent like the fragrant of dawn and be bygone the warn night of sonata clings between the stars those are continuing falling to the delight of those who have read the original manuscript, yet to speak the fond of fact that is revelation. The firm foundation on which Nontas himself constructed though it was shameful this literary edifice,. As an ambitious writer herein appreciation whereas curiosity insisted upon the empiricism,Thon D. Nontas wrote. About an uncultivated region of the man who had lived against the wish to survive, the brain, unlike necromancy; meaning divination by alleged communication with the dead in which the spiritualist is the medium seize the building of which


     
  The restoration of King Charles II in 1660 brought the day of reckoning for the men who had to kill his father no other regicide was so astute. Cromwell Oliver called: Ironsides English general and statesman 1653-1658 lord protector of England was dead and his body had been interred with honored before the new king, then removed and have the head cut off and exposed on the top of Westminster Hall where people gathering around through the end of Abbey Road. All the youthful inquiry as to the essence of intelligent are powerless to answer. Just unlike,
.




 Typhoon Haiyan/Yolanda in the Republic of the Philippines. An official confirmed deaths stood at 2,357 on Thursday. It was unclear on Friday, where it was still very early in Manila if the government publicly updated that number overnight. Survivors have grown increasingly desperate and angry over the pace of aid distribution, which has been hindered by paralyzed local governments, widespread looting, a lack of fuel and debris-choked roads. The dead are still being buried one week after the storm and a tsunami-like wall of seawater slammed into coastal areas. Many corpses remain uncovered on roadsides or under splintered homes in the worst-hit city of Tacloban. Foreign aid officials have called the disaster unprecedented for the Philippines. . Typhoon survivors, waiting to leave the province of Leyte in the aftermath of the Super Typhoon Haiyan, are pictured in the hold of a C-130 military transport plane at Tacloban airport, in central Philippines, November 2013. Where others stood there was now only a heap of mud with their owner’s possessions studying them in a kind of pitiless decoration. The corrugated-iron shacks in which some of the men lived were no more: here and there we could see the iron sheets in inspected places suspended from treetops, or blown an embedded on to the walls of houses still left standing. There was water everywhere, the gutters were overflowing into the streets. Dead dogs, cats, and rats cluttered the roadside or floated starkly on the waters with blown distended bellies. People were moving about amid this destruction, picking out a rag here, a bundle there, hugging those things that they thought to be there, moving haltingly and with a kind of despair about them. People we knew came and spoke to us in low voices, gesturing hopelessly. “lets us go,” I said. “Go inside I will get you some gruel presently.” Their faces faded; the two younger one began crying listlessly from hunger and disappointment. I had no words to comfort them. At dusk the drums of calamity began; their grave, throbbing rhythm came clearly through the night, throughout the night, each beat, each tattoo, echoing the mighty impotence of our human endeavor. I listened. I could not sleep. In the sound of the drums I understood a vast pervading doom; but in the expectant silences between, my own disaster loomed larger, more consequent and more hurtful. We ventured out again when the storm had subsided a little, taking with us as before, 1,000 pesos. 
This time things were somewhat better; the streets were clear, huts are going up everywhere. And my spirit rose. “To first for rice,” said Joshua, excited. “The gruel we have been swallowing has been almost plain water these last few days.” I quickened my steps: my stomach began heaving at the thought of food. The merchant was standing in the doorway of his shop. He shook his head when he saw us. “They all come for rice. I have none to sell, only enough for my wife and children.” “And yet you are a merchant who deals in rice?” “And what if so? Are you not a grower of it? Why then you come to me? If I have rice I do not choose to sell it now, but I have told you, I have none.”